Author: Soham Martinez

Bake A Wish Menu

5 เมนูเด็ดจาก Bake A Wish ร้านเค้กสไตล์ญี่ปุ่นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

เมื่อเอ่ยถึงร้านเค้กสไตล์ญี่ปุ่น เชื่อว่าหลายคนน่าจะนึกถึงชื่อของ Bake A Wish ร้านเค้กสไตล์ญี่ปุ่นอันดับต้น ๆ ของประเทศที่พัฒนารสชาติเค้กจนได้รสชาติที่ถูกปากคนไทย โดยจุดเด่นคือเมนูเค้กรสชาติหอมหวานกลมกล่อมแต่ไม่หวานจนเกินไป จนสามารถครองใจคนรักเค้กไปอย่างง่ายดาย และสำหรับใครที่อาจไม่เคยลิ้มรสเค้กร้านนี้ ลองมาดู Bake A Wish Menu ดี ๆ ที่คนรักเค้กไม่ควรพลาด 1. ชูครีมแป้งนุ่ม เพราะซิกเนเจอร์ของ Bake A Wish Menu คือการเป็นเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่อัดแน่นด้วยครีมรสชาติเข้มข้นหอมอร่อย ดังนั้น เมนูที่ห้ามพลาดต้องขอแนะนำชูครีมแป้งนุ่มที่ให้สัมผัสละมุนลิ้นสมชื่อเมนู จุดเด่นคือเนื้อแป้งนุ่ม ๆ และอัดแน่นด้วยครีมวนิลลาที่มาพร้อมรสชาติหวานกำลังดี โดยเมนูนี้นอกจากมีให้เลือกแบบแป้งนุ่มแล้วยังมีแบบแป้งกรอบให้ลิ้มลองความอร่อย บอกได้เลยว่าชิ้นเดียวไม่เคยพอ 2. เครปเค้กชาไทย เอาใจสาวกชาไทยด้วยสุดยอดเมนูเครปเค้กแสนอร่อยที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยเนื้อเครปเค้กถูกแบ่งเป็นชั้นสวยงาม ให้สัมผัสนุ่มทุกครั้งที่ลิ้มลอง ไหนจะซอสชาไทยสุดเข้มข้น ซึ่งบอกเลยว่าเมนูนี้คนรักชาไทยไม่ควรพลาด 3. บราวนี่นุ่ม อีกหนึ่ง Bake A Wish Menu ที่ขอเอาใจคนรักช็อกโกแลตกันบ้าง เมนูที่ควรลิ้มลองต้องยกให้บราวนี่นุ่มที่มาพร้อมความนุ่มกำลังดี และจัดเต็มด้วยความเข้มข้นของช็อกโกแลต ปิดท้ายด้วยการโรยหน้าด้วยอัลมอนด์ บอกได้เลยว่าเป็นเมนูเค้กที่ลงตัวแบบสุด ๆ 4. บลูเบอร์รี่โยเกิร์ต หากเบื่อรสชาติหวาน ๆ ลองเปลี่ยนมาลิ้มรสชาติหวานอมเปรี้ยวจากบลูเบอร์รี่โยเกิร์ต จุดเด่นของเมนูนี้คือสีสันสวยงามสะดุดตาจนใคร ๆ ก็ต้องสั่ง ยิ่งบวกกับรสชาติหวานอมเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่และโยเกิร์ต ยิ่งทำให้เมนูนี้กลายเป็นเมนูที่แสนโปรดปรานของใครหลายคนได้ไม่ยาก 5. Tom Love Cheese แม้จะเป็นเมนูที่มีมาได้ไม่นาน แต่กลายเป็นเมนูที่ครองใจหลายคนไปเสียแล้ว โดยเฉพาะสาวกโอรีโอ เพราะนี่คือเมนูโอรีโอชีสเค้กเนื้อนุ่ม ที่นอกจากมีชีสเป็นส่วนผสมแล้ว ยังผสานความหอมมันของนูเทลล่า ซึ่งเมื่อนำทั้งสองอย่างมาผสมกันกลับให้รสชาติที่แสนลงตัว ใครที่ยังไม่เคยลองเมนูนี้ต้องรีบสั่งโดยด่วน นอกจาก 5 เมนูต้องสั่งจาก Bake A ...

Read More

วิธีการหางานที่ช่วยย่นระยะเวลาได้ดีที่สุด

การสมัครงานเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอ หรือเคยผ่านมา เพราะทันทีที่ก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เราก็ต้องหางานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ถ้าไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน ส่วนปัญหาที่มักจะเจอเวลาไปสมัครงานก็คือหางานได้ยากบ้าง สมัครไปแล้วทางบริษัทเขาไม่รับบ้าง ทำให้บางคนเสียเวลาในการเดินสายสมัครงานเป็นเวลานาน ทำให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย สาเหตุก็เป็นเพราะไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีนั่นเอง ถ้าหากเตรียมตัวเอาไว้ล่วงหน้า หรือรู้ก่อนว่าควรจะทำอะไรบ้างในการสมัคร ก็ไม่จเป็นจะต้องใช้เวลานาน ลองมาดูกันว่า ขั้นตอนการสมัครงานแบบไหนที่ช่วยย่นระยะเวลา และเห็นผลดีที่สุด 1.เรซูเม่ต้องโดดเด่น ลักษณะของการทำเรซูเม่ที่ดี ไม่จำเป็นจะต้องมีข้อมูลเยอะ หรือมีรายละเอียดปลีกย่อยหลายๆ หน้า เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญก็คือทางบริษัทที่เขารับก็คือเจ้าหน้าที่ HR เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดมากขนาดนั้น เขาสนใจเพียงแค่ว่าเรามีคุณสมบัติตามที่เขาต้องการหรือไม่ มีประวัติอย่างไรบ้าง มีความสามารถพิเศษอะไร แค่นี้ก็เพียงพอ ฉะนั้นนการทำเรซูเม่ จึงต้องทำให้ดีที่สุด และกระชับได้ใจความที่สุด 2.ส่งใบสมัครให้เยอะเข้าไว้ เมื่อคุณรู้แล้วว่าอยากจะทำงานในตำแหน่งไหน ก็ให้เลือกดูตำแหน่งนั้นจากหลายๆ บริษัท ดูว่าฐานเงินเดือนเป็นที่น่าพอใจหรือเปล่า แล้วก็ให้ส่งใบสมัครไปเลย ยังไม่ต่องไปเจอจงแค่บริษัทเดียว เพราะถ้าหากพลาดมาเราก็ต้องเสียเวลาในการรออีก ให้สมัครเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยเลือกเอาบริษัทที่เราอยากจะทำมากที่สุดก็พอ คุณจะได้ตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกด้วย 3.หางานจากหลายๆ ช่องทาง การหางานในยุคนี้ต้องบอกว่าสะดวกสบายอย่างยิ่ง จะนั่งอยู่ที่บ้านก็หางานได้ เพียงแค่เข้าเว็บที่เกี่ยวกับการหางานเท่านั้น และสิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือ เวลาที่ใช้เว็บหางาน ควรเลือกใช้จากหลายๆ เว็บประกอบกัน เพราะว่างานของแต่ละเว็บไม่เหมือนกัน บริษัทคนละบริษัท จะทำให้คุณมีตัวเลือกที่มากกว่าเดิมด้วย ดีกว่าการใช้เครื่องมืออันเดียว อาจจะทำให้เราเปลืองเวลามากกว่า 4.อย่าเรียกเงินเดือนสูงเกิน ทุกบริษัทล้วนต้องการอยากจะประหยัดต้นทุนในการจ้างงาน เพื่อที่จะได้กำไรสูงขึ้น ดังนั้นหากคุณเป็นเด็กจบใหม่ แนะนำว่าอย่าเพิ่งไปเรียกเงินเดือนที่สูงเกินไปนัก เพราะเรายังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอในการทำงาน อีกอย่างก็คือ เจ้าหน้าที่ HR ก็อาจจะตัดเราออกจากลิสท์ทันที เพราะเขาต้องเลือกคนที่เรียกเงินเดือนน้อยๆ เอาไว้ก่อนอยู่แล้ว 5.เตรียมความพร้อมเสมอ หากมีการเรียกสัมภาษณ์ เราก็ควรพร้อมตลอดเวลา และก่อนที่จะสัมภาษณ์ ก็ควรเตรียมตัวเอาไว้ให้ดี จะได้ไม่ติดขัด หรือถ้าอยากจะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับโปรไฟล์ของเรามากขึ้น การทำเรซูเม่ก็ควรจะทำเป็นภาษาอังกฤษด้วย แล้วเราจะเป็นที่น่าสนใจมากขึ้น วิธีการทั้ง 5 ข้อที่ได้บอกไป ก็เป็นแนวทางในการหางานที่ดีที่สุดและหลายคนเลือกใช้กันอยู่ ลองดูว่าตอนนี้เราทำผิดวิธีอยู่หรือเปล่า ...

Read More
ประกัน จักรยานยนต์บิ๊กไบค์

2 ข้อแนะนำ ประกัน Bigbike แบบไหนที่ใช่คุณ

Bigbike เป็นอีกหนึ่งยานพาหนะที่ได้รับความนิยมและสนใจในวงกว้าง เเต่ก็เป็นยานพาหนะที่ค่อนข้างเสี่ยงอันตราย เพรามีความเร็วและเเรง จึงอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุในการขับขี่ได้โดยง่าย การทำประกัน Bigbike จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรให้ความสำคัญ ซึ่งการทำประกัน Bigbike นั้นมีหลากหลายรูปแบบ แต่ประกันส่วนใหญ่ที่คนนิยมทำคือประกันชั้น 1 ที่มีความครอบคลุมสูงสุดทั้งรถหาย ภัยธรรมชาติ หรือการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน คุ้มครองทั้งเราและคู่กรณีเป็นต้น   หากท่านใดกำลังลังเลว่าจะทำประกัน จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ประเภทใดดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการแบ่งของเราจะขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้รถบ่อยมาเพียงใด จะเป็นยังกันบ้างมาลองดูกันนะคะ สำหรับ 2 ข้อแนะนำ ประกัน Bigbike แบบไหนที่ใช่คุณ  หากคุณเป็นนักบิ๊กไบค์ตัวจริง ขี่ทุกวัน  การใช้บิ๊กไบค์เป็นประจำทุกวัน ในทางรถสาธารณะค่อนข้างมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นรถติด ฝนตก ถนนลื่น เพราะรถประเภทนี้มีความเร็วและแรงทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้โดยง่าย การทำประกันBigbikeชั้น 1 จึงสามารถตอบโจทย์ให้กับคุณได้อย่างครอบคลุม ในกรณี ที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ประกันจะจ่ายเงินให้กับเราและคู่กรณี โดยคุ้มครองทั้งร่างกายและทรัพย์สิน ถือว่าครอบคลุมและเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ Bigbike เป็นประจำมากจริงๆ ค่ะ   ขี่เป็นงานอดิเรก   หากคุณใช้ Bigbike เพียงออกไปขี่บ้างเป็นบางครั้ง เดือนละ 2 ครั้งเเบบนี้ ค่อนข้างมีความเสี่ยงน้อยลงมาจากแบบเเรกที่ขี่เป็นประจำทุกวัน การทำประกัน Big Bike ชั้น 2 จึงเหมาะสมกับคุณนะคะ เพราะถึงเเม้ว่าอาจไม่เกิดอุบัติเหตุจากทางท้องถนน เเต่การจอดทิ้งไว้อาจมีการโจรกกรรม หรือเกิดไฟไหม้น้ำท่วมต่างๆ ประกันจะช่วยคุ้มครองคุณในส่วนนี้ได้เลยค่ะ   เป็นยังไงกันบ้างคะ กับลักษณะการใช้รถ Bigbikeที่เหมาะกับการเลือกทำประกันแบบที่ใช่กับตัวคุณ ทั้งนี้สิ่งที่เราอยากเนะนำเพิ่มเติมคือการขับขี่อย่างระมัดระวังและไม่ประมาทถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะคะ เพื่อความสบายใจของตัวคุณเองและทุกคนในครอบครัวค่ะ   

Read More
Carbs

ทำไมต้องทานสารอาหารคาร์โบไฮเดรต

มาดูกันต่อในกลุ่มของสารอาหารชนิดถัดไปนั่นก็คือ กลุ่มคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ในกลุ่มนี้มักจะอยู่ในพวกอาหารของชาติตะวันตกเป็นหลัก หรือบางคนจะเรียกว่าอาหารจังฟู๊ดนั่นเอง หรืออาหารเช้าที่ใช้แป้งเป็นหลักซึ่งเรามักจะพบได้ในอาหารจำพวก ข้าวจ้าว ข้าวเหนียว ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ถ้าในพืชเราก็มักจะเจอในกลุ่ม เผือก มัน ฟักทองรวมทั้งข้าวโพดนั่นเอง             ซึ่งจากที่ยกตัวอย่างตัวอาหารมาแค่นั่นก็จะเห็นได้ชัดเจนแทบจะไม่ต้องพูดถึงเลยก็ได้ว่า กลุ่มนี้เราแทบจะเห็นปนอยู่บนอาหารแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าหารหารจานไหนก็จะต้องมีกลุ่มนี้ปะป่นอยู่แทบจะไม่ต้องพูดถึงกันเลยทีเดียว ผู้อ่านว่าเปล่าครับ เพราะผมมองว่าหากอาหารในแต่ละเมนูไม่มีส่วนประกอบของเหล่าบรรดาคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ก็คงจะทานไม่อร่อยถูกป่ะ เหตุผลนี้เองจึงทำให้อาหารจานต่าง ๆ จึงต้องมีสารอาหารในหมวดนี้ประกอบไปด้วย จากบทความวิชาการได้กล่าวไว้ว่า ในแต่ละวันร่างกายของเราจำเป็นจะต้องมีสารอาหารกลุ่มนี้ทานเข้าไปเริ่มต้นที่ 8-12 ทัพพีนั่นเองเป็นเรื่องหลักเลยก็ว่าได้ หมายความว่าจำเป็นจะต้องทานเข้าไปให้ได้มรแต่ละวันนั่นเอง เนื่องจากร่างกายของเราในแต่ละวันจำเป็นจะต้องใช้กลุ่มของสารอาหารที่ให้พลังงานเป็นจำนวนมากเลย คือหน่วยของจำนวนผมขอไม่ลงลึกไปนะครับ เพราะมิเช่นนั่นก็คงจะไม่จบมันยาวเวอร์ แต่เอาแบบที่คิดเป็นเปอร์เซ็นก็จะอยู่ที่อัตราส่วนร้อยละ 60-65 เปอร์เซ็นนั่นเองของพลังงานทั้งหมดที่ร่างกายจำเป็นจะต้องใช้ แต่ในคำนิยามเหล่านั่นก็มีแยกออกมาอีกนิดนึงถึงเรื่องที่ว่า แต่หากเรามีการออกกำลังกายมากกว่าการใช้พลังงานตามปกติในแต่ละวันก็ควรที่จะต้องทานสารอาหารกลุ่มนี้เข้าไปมากกว่าปกติเกินครึ่งนึงเลยก็ว่าได้             ที่ยิ่งไปกว่านั่นตัวสารอารหารนี้นอกจากที่จะให้พลังงานแกร่างกายแล้วนั่นร่างกายเราก็จำเป็นต้องเอามาใช้ให้ร่างกายอบอุ่นเพื่อทำการควบคุมเรื่องของอุ่นหภูมิด้วยนั่นเอง กลายเป็นสิ่งจำเป็นไปอีกถ้าพูดกันง่าย ๆ เพราะหากเราสังเกตดี ๆ ในชาติตะวันตกเข้ามักจะทานสารอาหารกลุ่มนี้เยอะมากกว่าชาวตะวันออกแทบจะ 200% เลยก็ว่าได้ เพราะในประเทศของชาติตะวันตกเข้าจะมีสภาพอากาศที่หนาวมาก ร่างกายก็มักจะดึงพลังงานในหมวดนี้เข้าไปเผาผลาญมากขึ้นไปกว่าชาวตะวันออกอย่างพวกเรา ที่เป็นเมืองร้อนที่ร่างกายไม่จำเป็นจะต้องมี และไหนจะเรื่องของกลูโคสที่มาจากคาร์โบไฮเดรตอีกส่วนนึงที่เข้าไปช้วยเรื่องความอ่อนล้า อ่อนเพลียหลังการออกกำลังกายอีก ตัวอย่าง เช่นคนที่มีอาการโมโหเมื่อเวลาหิวนั่นเอง เราจึงควรจะต้องทานสารอาหารกลุ่มนี้ลงไปให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายนั่นเองครับ

Read More
Clean Eating

กินลีน vs กินคลีน เหมือนหรือต่าง อย่างไหนดีกว่า

 การรับประทานอาหารมีความหลากหลายเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการเป็นการทานอาหารที่ถูกต้อง แต่การที่หลายๆ คน หันมาควบคุมน้ำหนัก รักษารูปร่างทำให้ต้องเลือกทานอารบางอย่าง จำกัดประเภทของอาหารมากขึ้น จนเป็นเหตุให้ได้สารอาหารไม่ครบถ้วน แต่สิ่งหนึ่งที่เรา เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของคนในยุคนี้ก็คือการเลือกรับประทานอาหารที่เราให้ความสำคัญมากขึ้น เราลดอาหาร Fast food  แต่มาเน้นเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ไหนปัจจุบัน เราจะคุ้นหูอยู่ 2 คำคือ กินคลีน และ กินลีน  2 ประเภทนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรถ้าหากเราต้องการ ลดน้ำหนักอย่างได้ผลต้องเลือกกินประเภทไหนวันนี้มีคำตอบมาฝากกัน การกินคลีน เป็นคำที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดโดยมีหลักการง่ายๆคือ ลด งด เปลี่ยน เลี่ยง ได้แก่  ลดเกลือลดน้ำตาล คำว่า 'ลด' คือเราสามารถทานได้แต่ลดให้น้อยลงไม่ใช่งดไปเลย  ดังนั้นการปรุงอาหาร สามารถเติมเกลือเติมน้ำตาลได้เล็กน้อยตามความเหมาะสม ใครที่ติดทานรสจัดให้ค่อยๆลดปริมาณการปรุงลงเรื่อยๆแล้วเราจะรู้สึกดีกับการทานแบบไม่เข้มข้นงดขนมหรืออาหารสำเร็จรูป เพราะสิ่งเหล่านี้มีคาร์โบไฮเดรตและโซเดียมจำนวนมหาศาลเปลี่ยนเรื่องคาร์โบไฮเดรตโปรตีนไขมันต่ำ เป็นกินคาร์โบไฮเดรตจากข้าวกล้องขนมปังโฮลวีตแทนเท่าขาว และกินโปรตีนไขมันต่ำอย่างเช่นไข่หรือปลาที่สำคัญควรเน้นผักผลไม้แบบหลากหลาย เพื่อให้เราได้สารอาหารครบเลี่ยงของมันของหวานและแอลกอฮอล์เปลี่ยนผลไม้น้ำตาลสูงมาเป็นผลไม้เนื้อกรอบไฟเบอร์สูง การกินลีน คือการกินเยอะแต่ยังหุ่นเฟิร์มได้ รูปร่างสวยได้ตามต้องการ ในที่นี้หลายคนอาจจะยังไม่เชื่อเพราะโดยส่วนใหญ่แล้ว คนที่ลดน้ำหนักมักจะลดอาหารให้น้อยลงตามไปด้วย การทำแบบนั้นน้ำหนักอาจจะลดจริงแต่รูปร่างเราจะไม่ Lean  ดังนั้นสิ่งที่ควรทำตามความหมายของการกิน Lean  คือ เน้นโปรตีนแต่ลดแป้งลดน้ำตาลและการทานอาหารที่มีไขมัน  เพื่อลีนไขมันออกจากร่างกายให้มากที่สุดและหันมาสร้างกล้ามเนื้อให้เฟิร์มมากขึ้น โดยอาหารของการกินลีนมีดังนี้ เน้นโปรตีนและอาหารที่มีไฟเบอร์สูงแต่เลือกโปรตีนที่มีไขมันน้อยและเลือกผลไม้ที่มี น้ำตาลน้อย  ลดคาร์โบไฮเดรต หมายถึงเราสามารถทานคาร์โบไฮเดรตข้าวแป้งได้เป็นบางมื้อเพื่อไม่ให้ขาดสารอาหารโดยหันมาเลือกเข้ากล้องแทนข้าวขาวและทานขนมปังโฮลวีตแทนขนมปังขาวหรือเบเกอรี่เรื่องเครื่องปรุงรส โดยเฉพาะการทานก๋วยเตี๋ยวและการ ทานอาหารที่ต้องปรุง งดของมันของหวานและผลไม้ให้น้ำตาลสูงรวมถึงแอลกอฮอล์ ใครอยากเรียนที่แท้ทรู ต้องสามารถหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้โดยที่ไม่หยิบขึ้นมารับประทานโดยเด็ดขาด 

Read More
Vegan

วีแกน เจ VS มังสวีรัติ แตกต่างกันอย่างไร

การทนอาหารเพื่อสุขภาพโดยการรับประทานอาหารมังสวิรัติ เป็นทางเลือกของใครหลายๆคน  สำหรับผู้ที่เป็นสายสุขภาพตัวยงคงต้องรู้จักทั้งมังสวิรัติ และ วีแกนเจ เมื่อพูดถึงชื่ออาหารทั้งสองประเภทนี้เชื่อว่าสายรักสุขภาพรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะบางคนเลือกที่จะทาน ตลอดชีวิตเพราะนอกจากที่จะได้ดูแลสุขภาพร่างกายแล้วยังช่วยดูแลสุขภาพจิตใจไปในตัวได้อีกด้วย วีแกน เจและมังสวิรัติ จึงเป็นอาหารที่ดีและเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพอย่างแท้จริงแต่ใครหลายๆคน อาจจะยังสงสัยว่าอาหารทั้ง 2 ประเภทนี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบดีๆที่จะทำให้คุณใครสงสัยมาฝากกันค่ะ วีแกน หรือ อาหารวีแกน เจ หมายถึงการกินมังสวิรัติรูปแบบนึง แต่จะเคร่งมากกว่าทั้งการกินและเรื่องความเชื่อ เพราะนอกจากที่จะต้องงดกินเนื้อสัตว์ทุกรูปแบบแล้วยังจะต้องงดส่วนผสมทุกอย่างที่ได้มาจากสัตว์อีกด้วยเช่น นม ไข่ เจลาติน น้ำผึ้ง คาร์มิน (สารให้สีแดง) เปปซิน อัลบูมิน เวย์ ถึงแม้ว่าทั้ง วีแกนและมังสวิรัติจะเน้นให้หลีกเลี่ยงการกินอาหาร ที่ทำจากสัตว์ด้วยเหตุผลเดียวกันแต่ยังมีความแตกต่าง ของเหตุผลอีกหลายประการ สำหรับการรับประทานอาหารทั้งสองประเภทนี้ คือ วีแกน ให้ยกเว้นการกินเนื้อสัตว์ออกจากอาหารหลักเพราะเหตุผลทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นหลักโดยมีความเชื่อว่าสิ่งนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ และบางกลุ่มยังเคร่งครัดชนิดที่ว่าไม่สวมเสื้อผ้าหรือใช้กระเป๋ารวมไปถึงเครื่องสำอางต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ ทำมาจากสัตว์หรือใช้สัตว์ทดลอง และวีแกนจะคล้ายกับการกินเจมากที่สุด ในขณะที่มังสวิรัติไม่เคร่งขนาดนั้น              อาหารมังสวิรัติ คืออาหารของคนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์และผลิตมาจากสัตว์ทุกชนิดซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ  กึ่งมังสวิรัติ หมายถึงกลุ่มที่ทานเนื้อสัตว์ได้บ้างไม่กินเป็นประจำ  มังสวิรัตินม หมายถึงกลุ่มคนที่งดกินเนื้อสัตว์แต่กินนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมแต่ไม่กินเนยแข็งเพราะมีส่วนผสมของเจลาตินที่มาจากสัตว์มังสวิรัติไข่นม คือกลุ่มคนที่งดกินเนื้อสัตว์แต่ยังคงดื่มนมและกินไข่ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากนมและไข่ได้มังสวิรัติไข่ คือกลุ่มคนที่งดเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกประเภท แต่กินไข่ได้  โดยสรุป ทั้งอาหารประเภท vegan และมังสวิรัติ เป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ชอบเป็นอาหารกลุ่มที่จะได้รับไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลในปริมาณต่ำกว่าอาหารปกติตรงข้ามเราจะได้รับวิตามินและเกลือแร่รวมถึงใยอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม คนที่รับประทาน vegan เจมังสวิรัติจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารเพิ่มเติม เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม สังกะสี โอเมก้า 3 วิตามินดีและวิตามินบี 12  นอกจากนี้ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและลดความเสี่ยงของโรคบางชนิด เหมาะสมกับการทานอาหารวีแกนมากกว่ามังสวิรัติ เพราะความเคร่งครัดที่มีมากกว่าในขณะที่มังสวิรัติยังมีโอกาสได้รับไขมัน จากการรับประทานนม นั่นเอง

Read More